NEW ARRIVAL : NIGEL CABOURN, MISTER FREEDOM AND BROWN-DUCK & DIGGER

03 years ago

พบกับ New Arrivals สินค้าเข้าใหม่ ซึ่งทาง PRONTO ได้รวมนำมาเสนอสำหรับเป็นไอเดียในการMix&Match โดยแบรนด์ที่เรานำมาเสนอในวันนี้มีถึง 3แบรนด์ด้วยกัน ประกอบไปด้วย Mister Freedom (จากประเทศสหรัฐอเมริกา) , Nigel Cabourn (จากประเทศอังกฤษ) และ Brown-Duck & Digger (จากประเทศญี่ปุ่น) ตามมาชมรายละเอียดกันได้เลยครับ…

M

Mister Freedom Ranch Blouse Wheat Pique

ผ้าPiqué นั้นผ่านการทอในเครื่อง Dobby Looms ซึ่งทำให้ผ้าที่เสร็จสมบูรณ์ออกมานั้นมีลายแพทเทินเล็กและสวยงาม ซึ่งคำว่า Piqué มาจากภาษาฝรั่งเศส หมายถึงงานเย็บปักนั่นเอง หนึ่งในบรรดาผ้าPiqué ที่ทางทีมงานชื่นชอบที่สุดก็คือ “Bedford Cord” ถือกำเนิดขึ้นใน New Bedford รัฐ Massachusetts ในช่วงยุคทองของอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งนับโรงงานทอผ้าได้กว่า70แห่งในช่วงปี 1920 จวบจนปัจจุบัน ยังคงมีโรงงานที่ยังเปิดอยู่18แห่ง ผ้า Bedford Cord มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ การทอแนวตั้งในส่วนหน้า และลายรังผึ้งขนาดเล็กในด้านตรงกันข้าม ในปี 1950 กางเกง slacks สีขาวทำให้นึกถึงการแต่งกายสไตล์ Ivy Leagueเมื่อ Wheat Jeans ได้รับความนิยม เหล่าดาราHollywood หลายท่านหันมาสวมใส่จนเป็นกระแสอีกครั้ง หลายๆแบรนด์ต่างมุ่งผลิตสินค้าในสีสันสไตล์นี้ออกมา ซึ่งนอกจากกางเกงแล้ว ยังรวมถึงตัวแจ็คเก็ตเพื่อให้เข้าชุดกัน

M

ทาง Mister Freedom จึงได้นำแรงบัลดาลใจจากจุดนั้นมาออกเป็นแจ็คเก็ตในคอลเล็กชั่นปี 2014 นี้ ตัดเย็บในแบบฉบับ mfsc ซึ่งได้แรงบัลดาลใจจากแจ็คเก็ตยีนส์สไตล์ ‘trucker’ ทรงจะดูวินเทจ แต่สามารถใส่เข้ารูปในแบบ Slim Fit ได้ ใช้ผ้า Cotton 100% Piqué Bedford Cord สี off-white หนัก 10 Oz. ทอในญี่ปุ่น

M

คอเสื้อด้านใน และกระเป๋าด้านใน เย็บไว้ด้วยผ้าลายตารางสีน้ำเงิน-แดง ซึ่งเป็นผ้า New Old Stock เนื่องจากเป็นผ้า unsanforized ต้องนำไปแช่ก่อนใส่ ซึ่งหน้าอกจะหดประมาณ 0.75 นิ้ว แขนจะหดประมาณครึ่งนิ้ว และจะไม่ขยายออกมาเหมือนอย่างกางเกงยีนส์ครับ ข้อควรระวัง สำหรับปัญหาสีตก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นหลังจากคราบจากป้ายหนัง หรือหมุดทองแดง แต่จะค่อยๆจางหายไปหลังจากซัก ไม่แนะนำให้เอาแจ็คเก็ตไปแช่ในน้ำร้อน อุณหภูมิสูง อาจจะเกิดผลเสียต่อผ้า และป้ายหนังได้

M

การเลือกไซส์นั้นทางทีมงานได้แจ้งว่าถ้าปกติเขาใส่แจ็คเก็ตยีนส์ Lot.64 ไซส์38 สำหรับรุ่นนี้เขาจะเลือกไซส์36 ทั้งนี้ทั้งนั้นแนะนำให้มาลองที่สาขาจะชัวร์ที่สุด กระดุมและหมุดตามจุดต่างๆทำจากทองเหลือง ตามแบบฉบับของ Mister Freedomเดินด้าย100% cotton ตลอดทั้งตัว รวมถึงตัวMบริเวณกระเป๋า ด้านหน้าเสื้อเย็บจับจีบเส้น dart ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางแบรนด์ (ราคา 12,400.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn Worker Vest Indigo

M

เสื้อ Worker Vest จัดว่าเป็นสินค้าคลาสสิคของทางแบรนด์ ซึ่งแต่ละรุ่นก็จะใช้ผ้าที่แตกต่างกันไปครับ (ราคา 8,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn Medical Shirt Light Blue

M

เสื้อเชิ้ตรุ่นนี้ได้แรงบัลดาลใจจากคุณหมอท่านหนึ่ง นามว่า Michael Ward (ซึ่งเขาเดินทางร่วมกับ Edmund Hillary เพื่อพิชิตยอดเขา Everest) จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อรุ่นว่า Medical Shirt รุ่นนี้ครับ

M

แพทเทินการตัดเย็บนี่เรียกได้ว่าเป็นแบบเฉพาะของทางแบรนด์ มีการใช้ผ้าลายต่างกัน มาตัดเย็บเข้าด้วยกันจนออกมาเป็นสไตล์Patchwork ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ (ราคา 7,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn Tommy’s Pant Navy

M

เป็นกางเกงสไตล์ทหาร ซึ่งได้แรงบัลดาลใจจากทหารอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่1

M

โดยที่มาของชื่อ Tommy นั้นสื่อถึงทหารอังกฤษ ส่วน Jerry นั้นจะสื่อถึงทหารเยอรมัน ซึ่งนำมาจากการ์ตูนTom and Jerry นั่นเอง (ราคา 11,500.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Ranch Blouse lot.64 us “Uncle Sam”

M

แจ็คเก็ตยีนส์ในทรง original ของ mfsc ซึ่งได้แรงบัลดาลใจจาก ‘Trucker’ Jackets. ตัวผ้านั้นใช้ผ้า 13.75 oz. ทอขวา ริมชมพู ทอในประเทศญี่ปุ่น ล็อตเดียวกันกับยีนส์ Lot. 64 “Californian” Uncle Sam ครับ ปกเสื้อด้านนอกและ กระเป๋าเสื้อมีผ้า Herringbone เย็บประกบไว้ด้านใน ซึ่งเป็นผ้าแบบเดียวกับที่ใช้ในกองทัพอเมริกัน ในปี1940 ครับ กระเป๋าเสื้อจะต่ำ และเย็บตัวM ด้วยด้ายสีเหลืองครับ

M

กระดุมเสื้อเป็นทองเหลือง ปั้มชื่อแบรนด์ Mister Freedom ส่วนหมุดตามจุดต่างๆเป็นทองแดง ด้านหลังมีสาย Belt ซึ่งใช้ผ้าริมเย็บพับไว้ ทรงอาจจะดูวินเทจ แต่ใส่เข้ารูปได้อย่างดี ป้ายบริเวณคอเสื้อใช้ผ้า chambray ในแบบที่ทหารเรือสหรัฐสวมใส่ เย็บติดไว้เพื่อระบุไซส์ ใช้ด้ายสีเหลือง/ส้ม เย็บตะเข็บตลอดทั้งตัวครับ (ราคา 12,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

หลายท่านอาจจะเกิดความสงสัยว่าแจ็คเก็ตของ Mister Freedom ระหว่าง Lot.64 กับ Lot.64 “Uncle Sam” มีรายละเอียดแตกต่างกันตรงจุดไหนบ้าง เราจึงนำมาเปรียบเทียบให้ดูทั้ง2รุ่นครับ สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดเลยคือคอปกเสื้อLot.64(บน) นั้นจะเป็นแบบคอมน ส่วนLot.64 “Uncle Sam”(ล่าง) นั้นจะเป็นแบบคอแหลมครับ

j

ต่อมาคือป้ายTagบริเวณคอเสื้อ Lot.64(บน) จะใช้ป้ายผ้าที่มีการสกรีนลวดลาย ส่วนLot.64 “Uncle Sam”(ล่าง) จะใช้ผ้าChambray ปั้มรายละเอียดรุ่นและไซส์ครับ

j

คอปกเสื้อนั้น Lot.64(บน) ใช้ผ้า Wabash เย็บบุไว้ ส่วนLot.64 “Uncle Sam”(ล่าง) จะใช้ผ้า Herringbone สีเขียวOlive เย็บบุไว้ครับ

j

ส่วนของกระดุมLot.64(บน) ใช้กระดุมโลหะสีเงิน มีคราบสีเขียว ส่วนLot.64 “Uncle Sam”(ล่าง) ใช้กระดุมทองแดงครับ

j

ท้ายสุดกับกระเป๋าเสื้อLot.64(บน) ใช้ผ้า Wabash เย็บบุไว้ ส่วนLot.64 “Uncle Sam”(ล่าง) จะใช้ผ้า Herringbone สีเขียวOlive เย็บบุไว้ครับ ทั้ง2รุ่นนี้จะให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน โดยLot.64 จะได้ความรู้สึก Work Wear มากกว่า ส่วนLot.64 “Uncle Sam” จะได้ความรู้สึกแบบ Military นิดๆครับ

j

Nigel Cabourn Worker Vest Olive

M

คอลเล็คชั่นนี้จะใช้ผ้าริม ผลิตจาก Cotton 100% หนัก12 oz. ให้ความรู้สึกแบบยีนส์วินเทจได้อย่างดีครับ (ราคา 8,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Original Strongman Cuff

สายรัดข้อมือหนังซึ่งได้แรงบัลดาลใจจากทีมงานยกของในคณะละครสัตว์ ซึ่งสายรัดข้อมือนี้จะช่วยป้องกันข้อมือเวลายกของหนักได้ ดีไซน์ตัวล็อคนั้นจะถูกออกแบบมาคล้ายกันกับ Kidney Belt ตัวนี้เป็นสี Natural ครับ (ราคา 5,490.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn British Army Pants Khaki

M

กางเกงขายาวสไตล์ทหาร โดยเป็นรุ่นที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่ โดยได้แรงบัลดาลใจจากทหารชาวอังกฤษที่ออกรบในช่วงปี 1940

M

เป็นผ้าซาติน ผลิตจาก Natural Fiber Cotton 100% ให้ความรู้สึกวินเทจ และมีผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่ม

M

ทรงกางเกงจะออกขากระบอกตรง Relaxed Fit ปลายขามีกระดุมสามารถปรับให้ปลายขาแคบลงเพื่อยัดใส่เข้าบูทได้ โดยรูปทรงนั้นจะแตกต่างกับ กางเกง M-51 ของกองทัพสหรัฐครับ

M

รูเข็มขัดขนาดค่อนข้างใหญ่ และสามารถปลดกระดุมได้ มีกระเป๋าด้านข้างและช่องเก็บของบริเวณหน้าขา จัดเป็นสไตล์ที่โดดเด่นครับ (ราคา 9,500.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Map Shirt Frog Skin Issue

f

ชื่อMap Shirt นั้นมากจากช่องกระเป๋าด้านในเสื้อ ที่ทางแบรนด์ทำไว้สำหรับเก็บของ หรือแผนที่นั่นเอง แน่นอนว่าทางแบรนด์ไม่ได้ขออนุญาติในการเอาดีไซน์เสื้อจากกองทัพสหรัฐในแบบ M1953 โดยเสื้อเชิ้ตสไตล์นี้กำเนิดขึ้นจาก US Marine Corps ในช่วงปี 1950 โดยใช้ผ้า Herringbone ต่อมาในช่วงปี 1956 ได้มีการปรับเปลี่ยนมาใช้ Cotton Sateen ซึ่งเสื้อ UMSC-issued utility shirts ได้กลายมาเป็นแรงบัลดาลใจของMap Shirt รุ่นนี้นี่เองครับ

f

เสื้อเชิ้ตรุ่นนี้จะอยู่ในคอลเล็คชั่น Sea Huntโดยตัวผ้าของรุ่นนี้ผลิตจาก Cotton 100% Herringbone Twill ลายพราง P1942 “Frog Skin” ทั้งด้านนอกและด้านใน โดยตัวผ้านั้นผลิตในญี่ปุ่นทั้งหมด *ลาย P1942 frog skinนั้นถูกนำมาใช้กับ American Armed Forces ครั้งแรกในช่วงสงครามโลกครั้งที่2ครับ

M

ด้านในปก ช่องกระเป๋าด้านใน ฝาปิดกระเป๋าเสื้อด้านใน และขอบแขนเสื้อ ใช้ผ้า Chambray แบบเดียวกับเสื้อ USN มีกระเป๋าหน้าอก2ข้าง ภายในเสื้อมีช่องเก็บของขนาดใหญ่ใส่ด้านข้าง และช่องขนาดเล็กใส่ของด้านบน ใช้กระดุมcorozo buttons สีน้ำตาลอ่อน ซึ่งกระดุมด้านหน้าและกระดุมกระเป๋าจะเป็นแบบซ่อนเวลากลัดครับ

M

ทรงนั้นจะเป็นแบบ comfortable fitting เนื่องจากเหมาะไว้ใส่เป็นเสื้อคลุม ซึ่งเข้ากันได้ดีกับเสื้อเชิ้ต chambray และเสื้อยืด ผ้าจะมาในแบบ Raw/Unwashed จะมีการหดตัวลงเล็กน้อยหลังจากแช่หรือซัก สามารถใส่ไซส์เดียวกันกับแจ็คเก็ตยีนส์ของ Mister Freedom ได้ครับ (ราคา 11,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Calico Trade Shirt Apache

เสื้อเชิ้ต Pull-Over ซึ่งได้แรงบัลดาลใจจากยุค1900 – 1930 ตัวผ้าที่เป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ Calico Printed มีต้นกำเนิดในทวีปยุโรป จากนั้นจึงกลายมาเป็นที่นิยมในอเมริกา และมีการพัฒนาต่อโดยชนพื้นเมือง โดยปัจจุบันต่างเป็นที่ต้องการของนักเดินทางและนักสะสมทั่วโลก ตัวผ้าที่ทำให้เราทึ่งนั้นผลิตจากผ้า Cotton Broadcloth 100% หนัก 4.5 Oz. ย้อมด้วยสี Dark Indigo จากนั้นนำมาทำลวดลายด้วยกระบวนการ Discharge Printed ในประเทศญี่ปุ่น (Discharge Printed คือการกัดสีออกจนเกิดเป็นลวดลาย) ทำให้ผ้าตัวนี้มีราคาที่สูง เนื่องจากไม่ได้ผลิตกันอย่างง่ายๆครับ

M

การตัดเย็บนั้นใช้ระยะเวลานานกว่าทั่วไป เนื่องจากมีรายละเอียดมากมาย บริเวณคอเสื้อมีที่ติดกระดุมคอแบบ Chin Strap กระดุมที่ใช้นั้นเป็นของเก่าเก็บแต่ยังไม่ผ่านการใช้จากช่วงปี 1920 ซึ่งทำจากกระดูกวัวครับ รังดุมเย็บเก็บงานอย่างเรียบร้อยด้วยด้ายสีขาวตัดกับเสื้อ เดินด้าย Cotton สี Ivory ตลอดทั้งตัว ตัวผ้าโดยรมเป็นแบบ RAW Unwashed หลังจากซักแล้วจะมีการหดตัวบ้างเล็กน้อย ทางทีมงานแนะนำว่าให้ใช้ผงซักฟอกในปริมาณเล็กน้อย หรือผงซักฟอกสำหรับผ้าสีเข้ม เพื่อเป็นการถนอมสีสันของเสื้อให้คงทนอยู่ได้ในระยะเวลานานๆครับ (ราคา 12,200.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn British Army Pants Dark Olive

M

กางเกงขายาวสไตล์ทหาร โดยเป็นรุ่นที่ปรับปรุงขึ้นมาใหม่ โดยได้แรงบัลดาลใจจากทหารชาวอังกฤษที่ออกรบในช่วงปี 1940 ตัวนี้สีเขียว Dark Olive ครับ

M

เป็นผ้าซาติน ผลิตจาก Natural Fiber Cotton 100% ให้ความรู้สึกวินเทจ และมีผิวสัมผัสที่อ่อนนุ่ม จัดว่าเป็นกางเกงที่ใส่สบาย สวมใส่ได้ทุกๆวันครับ (ราคา 9,500.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn Worker Vest Khaki

M

เสื้อ Worker Vest คอลเล็คชั่นนี้จะใช้ผ้าริม ผลิตจาก Cotton 100% หนัก12 oz.

M

ผ่านการย้อมด้วยเทคนิคพิเศษ โดยทีมงาน Nigel Cabournเพื่อให้ได้สีสันเหมือนผ้าในช่วงสงครามโลกครั้งที่2

M

รายละเอียดกระดุมยึดเป็นแบบสลัก ด้านหลังมีสาย Belt ปรับไซส์ได้ ภายในเย็บผ้าHerringbone ไว้

M

สามารถสวมใส่กับเสื้อยืดใน Lookสบายๆ หรือใส่กับเสื้อเชิ้ตในLook แบบเป็นทางการก็ได้ครับ (ราคา 8,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn Medical Shirt Indigo Check

M

เป็นอีกหนึ่งสีที่เข้ามา ซึ่งจะเข้มกว่าตัวแรกที่ผ่านมาครับ (ราคา 7,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Gunslinger Pantaloons Desert

M

จากแรงบัลดาลใจของไสตล์อเมริกันตะวันตก และความคลาสสิคจากยุคเก่า บวกเข้ากับกางเกงสุภาพบุรุษสไตล์ยุโรป เสริมรายละเอียดด้วยผ้าและการตัดเย็บสไตล์เวิร์คแวร์ ซึ่งทางแบรนด์ได้นำรูปแบบมาจากรูปถ่ายเก่าๆในช่วงปี 1904 แล้วจึงนำมารังสรรค์จนออกมาเป็นกางเกงสุดพิเศษรุ่นนี้ครับ

M

ผ้าที่ทางแบรนด์ใช้นั้นเรียกว่าได้มาพิเศษเฉพาะ Mister Freedom ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ในจำนวนจำกัด เพื่อคอลเล็คชั่นนี้จริงๆ โดยตัวสี Desert นี้ ผลิตจากผ้าริม 100% selvedge Cotton หนัก 12.8 Oz. เส้นด้ายยืนสี Natural (warp) และ ส่วนเส้นด้ายพุ่งสี White (weft) ซึ่งแตกต่างจากผ้าที่ใช้ด้ายสีขาวทั่วไป โดยพื้นผิวของผ้านั้นจะมีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน คือจะมีความslubby ด้วยครับ

M

ทรงกางเกงตัวนี้ออกไปทางกระบอกตรง และเอวจะค่อนข้างสูงครับ กระดุมที่ใช้นั้นเป็นกระดุมโดนัท โดยที่ล็อคบริเวณเอวนั้นใช้เป็นกระดุมคู่ และมีรายละเอียดกระดุมที่ตอกเพิ่มไว้ล็อคด้านในด้วยครับ

M

ตัวผ้านั้นเป็นแบบ UNWASHED จะมีการหดตัวหลังจากแช่หรือซัก แต่เมื่อสวมใส่ไปเรื่อยๆก็จะขยายออกครับ

M

มีสายBeltด้านหลัง ซึ่งตัวโลหะที่ใช้ล็อคนั้นเป็นของเก่าเก็บที่ยังไม่ผ่านการใช้ (New Old Stock) ซึ่งถือเป็นล็อตสุดท้ายที่ทางแบรนด์มีอยู่แล้วครับ (ราคา 12,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Prairie Shirt Denim

เสื้อเชิ้ตซึ่งได้แรงบัลดาลใจจากยุค 1930 โดยการเอาองค์ประกอบของความวินเทจหลายๆอย่างมารวมไว้ด้วยกัน ถือเป็นการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะกับสุภาพบุรุษได้อย่างชาญฉลาด รายละเอียดการตัดเย็บนั้นมีการนำสไตล์ของ Western Shirt เข้ามาผสมผสานเพื่อหลีกหนีความจำเจเดิมๆจากเสื้อสไตล์ Reproductions ที่มีอยู่ตามท้องตลาด

M

ใช้ผ้ายีนส์ริมน้ำหนักเบา 7.5 Oz. สี Dark Indigo ทอในประเทศญี่ปุ่น มาตัดเย็บ เนื่องจากเป็นผ้ายีนส์ที่ผ่านการย้อมด้วยสี Dark Indigo หลังจากทำการซักจะมีสีหลุดออกมาบ้าง แต่สิ่งนี้จะหมดไปเมื่อสวมใส่บ่อยๆเป็นระยะเวลาหนึ่ง และทางแบรนด์แนะนำให้ใช้ผงซักฟอกที่เหมาะกับผ้าสีในปริมาณที่พอเหมาะ กระดุมตรงกลางใช้กระดุมแป๊กทรงเหลี่ยมตามสไตล์ Western Shirt กระดุมคอ ข้อมือ และกระเป๋าที่ใช้นั้นเป็นของเก่าเก็บแต่ยังไม่ผ่านการใช้ (New Old Stock) จากช่วงปี 1920 ซึ่งทำจากกระดูกวัว คอเสื้อเย็บซับไว้ด้วยผ้า Popeline ย้อมสี Indigo ครับ (ราคา 12,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Brown-Duck & Digger Golden Straight 1950 Used Wash

M

จากช่วงเวลาที่เป็นยุคทองของยีนส์ ในปี 1950 เมื่อยีนส์ถูกผลิตเป็นอุตสาหกรรม ทรงต่างๆเริ่มมีการผลิตออกมาให้ดูเข้ารูปยิ่งขึ้น โดยยีนส์รุ่นนี้ได้อ้างอิงจากช่วงเวลานั้น คือจะเป็นทรง Tight Straight fit ซึ่งทั้งหมดจึงกลายมาเป็นชื่อรุ่น Golden Straight ครับ

M

ตัวผ้านั้นหนัก 14 oz เป็นผ้าริม ผลิตจาก Cotton 100%ผ่านการฟอกออกมาอย่างสวยงามเป็นธรรมชาติในสไตล์วินเทจ

M

กระดุมดีไซน์พิเศษ หมุดตามจุดต่างๆทำจากทองแดง

M

ในส่วนของหูเข็มขัด ช่องกระดุม และส่วนอื่นๆ ก็ใช้ด้ายสีเขียวเย็บขอบไว้ครับ

M

ดีไซน์ใบไม้ที่กระเป๋าหลังนั้นมาจากแรงบัลดาลใจช่วงศตวรรษที่19 เดิมทีนั้นเคยมีปรากฏอยู่บ้างในยีนส์ยุค1890 ซึ่งมักจะถูกดัดแปลงมาใช้กับหลายๆแบรนด์ ซึ่งทางแบรนด์Brown-Duck & Diggerก็ได้นำมาใช้ และได้บวกความทันสมัยด้วยการเพ้นท์สีเขียวลงไปด้วย เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครครับ

M

สัญลักษณ์ตรงป้ายนั้นก็คือ The Billiken ซึ่งถือกำเนิดในปี 1908 เมื่อปฏิมากรนามว่า Florence Pretz จาก Missouri ฝันเห็นรูปปั้นและได้สร้างมันออกมา และถูกส่งต่อมาสู่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ย่านชินเซไกราวๆปี 1912ซึ่งมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า “Billiken San” คือเทพที่มีแขนสั้น จนไม่สามารถสัมผัสเท้าของตัวเองได้ดังนั้นจึงเชื่อกันว่า หากใครได้ลูบที่ฝ่าเท้าของท่าน ท่านจะนำพาความสุขมาให้กับผู้นั้นครับ (ราคา 9,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Original Strongman Cuff

ผลิตจากหนังวัวคุณภาพสูง ตัดออกมาแบบเป็นชิ้นเดียว ด้วยดีไซน์เฉพาะจาก Mister Freedom ด้านในนั้นปั้มความร้อนโลโก้แบรนด์เอาไว้ ซึ่งจะไม่โชว์ให้เห็นเมื่อสวมใส่ สายสามารถปรับไซส์ได้3ระดับ เพื่อให้กระชับกับข้อมือ อาจจะรู้สึกแน่นอยู่บ้างเมื่อใส่ครั้งแรกๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปตัวหนังจะขยายออกจนใส่ได้สบายขึ้น และตัวหนังจะสวยงามขึ้นเมื่อใส่ไปนานๆ อีกด้วยครับ (ราคา 5,490.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Brown-Duck & Digger Elastic Suspender DD002

M

สายเอี๊ยมสไตล์วินเทจ สำหรับติดกับยีนส์หรือกางเกงที่มีกระดุมบริเวณช่วงเอว ส่วนที่ใช้กลัดกับกระดุมนั้นทำมาจากหนัง รวมถึงส่วนยึดตรงกลางหลัง

M

บริเวณหมุดส่วนที่ยึดสายและที่ปรับไซส์ทำจากทองเหลือง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการแต่งตัวในLookวินเทจ-เวิร์คแวร์ครับ (ราคา 5,500.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Brown-Duck & Digger Rough Rider 1900 One Wash

M

เป็นยีนส์สไตล์วินเทจ ทรงกระบอกตรง ซึ่งชื่อรุ่น Rough Riders นั้นมากจากทหารหน่วย volunteer cavalry ของประธานาธิบดี Teddy Roosevelt ที่รบในสงคราม Spanish American War ปี 1898

M

โดยรายละเอียดของยีนส์นั้นเอวจะสูง ขาจะกว้าง เป็นทรงกระบอกตรง ใช้ผ้า 12.5 oz ผลิตจาก Cotton 100% One Wash ตัวผ้าจะมีความนิ่ม ไม่ต้องแช่ก่อนใส่ครับ

M

การทอของผ้ารุ่นนี้จะทอแบบ 3×1 (ยีนส์ส่วนใหญ่จะทอแบบ 2×1) เพื่อเน้นถึงความแข็งแกร่งครับ มีสายBelt ด้านหลัง ซึ่งด้านในเย็บประกบด้วยผ้าลายHoundstooth

M

มีกระดุมสำหรับใส่เอี๊ยม Suspender ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ ซึ่งกระดุมที่ใช้ในรุ่นนี้จะเป็นกระดุมโดนัทครับ หมุดตามจุดต่างๆที่ใช้นั้นดูวินเทจเสมือนผ่านกาลเวลา ซึ่งทำให้ดูสวยงามมากๆครับ

M

รุ่นนี้จะมีกระเป๋าหลังเพียงฝั่งเดียว และตอกยึดด้วยหมุดทองแดงครับ

M

ริมของยีนส์รุ่นนี้จะเป็นริมฝั่งเดียว Single Selvedge ซึ่งถอดแบบตามประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกายเวิร์คแวร์ครับ (ราคา 8,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Reno Shirt Stripe (ด้านใน)

ชื่อรุ่นของเชิ้ตตัวนี้มาจากชื่อเรียกกันเล่นๆของภาพยนตร์ The Reno Brothers ในปี 1956 หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Love Me Tender นำแสดงโดย Elvis Presley ซึ่งแรงบัลดาลใจจากเสื้อเชิ้ตที่ปรากฏภายในเรื่อง ได้นำมาสู่การผลิตเสื้อเชิ้ตในรุ่นนี้ของMister Freedom ทางแบรนด์ได้ใช้กระบวนการผลิตอย่างปราณีตบวกเข้ากับการนำเข้าผ้าคุณภาพเยี่ยม จนออกมาเป็นเสื้อเชิ้ตสไตล์ pull-over ในแบบฉบับของ MFSC อีกหนึ่งแรงบัลดาลใจที่ทางแบรนด์นำมาใส่ไว้คือเสื้อ Ethnic Blouse ของผู้ชายสไตล์วินเทจ โดยตัวผ้าที่ใช้นั้นเป็นผ้าริม Cotton 100% หนัก 4.5oz. ทอแบบ Pin Stripe ในประเทศญี่ปุ่น

M

ลายผ้านั้นใช้กระบวนการ Discharge Print คือเป็นการกัดสีออก ซึ่งจะใช้เวลาและความยากกว่าการสกรีนลงไป ชายเสื้อด้านข้างและขอบกระดุมคอเสื้อเย็บซับไว้ด้วยผ้า Popeline ย้อมสี Indigo ป้ายTagผ้าRayon เย็บติดใต้กระดุมด้านหน้า กระดุมคอใช้แบบคู่ ซึ่งกระดุมทั้งหมดใช้เป็นกระดุม Glass Buttons วินเทจ New Old Stock จากฝรั่งเศส ปี 1920 ทางแบรนด์แนะนำว่าตัวผ้านั้นเป็น raw/unwashed จะมีการหดตัวบ้างหลังจากซักหรือแช่ การเลือกไซส์นั้น สำหรับผู้ที่ใส่เชิ้ตของ Mister Freedom ไซส์ 38 (Medium) แนะนำให้เลือกไซส์ 15½ สำหรับ Reno Shirtตัวนี้ ส่วนการแช่หรือซักนั้นแนะนำให้กลับด้านในออกมาด้านนอก และใช้ผงซักฟอกที่เหมาะกับผ้าสีในปริมาณที่พอเหมาะครับ (ราคา 13,600.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Mister Freedom Californian Okinawa Advisor

ยีนส์ทรงกระบอกตรง มาพร้อมกับผ้าตัวใหม่หนัก 14 Oz. ทอซ้ายleft-hand twill ทอในญี่ปุ่น ณ เมือง Okinawa ส่วนผสมของผ้าประกอบไปด้วย Sugar Cane Fibers 50% และ Cotton 50% โดยทีมงานได้จินตนาการว่าถ้าหากทางการทหารสหรัฐฯ (Military Assistance Advisory Group) นั้นสามารถผลิตยีนส์ขึ้นมาระหว่างที่ตั้งฐานอยู่ในเมืองโอกินาวา จะมีลักษณะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งผลลัพท์ที่ได้มานั้นก็คือยีนส์ตัวนี้

M

แน่นอนว่าทรงของกางเกงนั้นแรงบัลดาลใจนั้นมาจากยีนส์คลาสสิคในยุค 1950 ภายในกระเป๋ากางเกงทั้งด้านหน้า และด้านหลังใช้ผ้า Herringbone “Duck Hunter” ลายCamo แบบที่เรียกว่า “Frogskin” ทอในประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน แต่ละต่างเฉดสีกันในแต่ละข้างด้วย ตัวผ้าเป็นผ้าริมเขียว (Green Selvage) Unsanforized ต้องแช่ก่อนใส่ครับ ฉนั้นตัวยีนส์จะ oversized พอสมควร ยกตัวอย่างเช่น เอวตามป้าย W32 x L34 แต่วัดจริงก่อนแช่จะได้ 33” x 36” ซึ่งหลังจากแช่แล้วนั้นจะหดลงมาเหลือ 32” x 34” ตามป้ายนั่นเอง

M

รุ่นนี้จะเดินด้ายสี Olive Drab ซึ่งดูกลืนไปกับตัวกางเกงในระยะแรก แต่เมื่อใส่ไปเรื่อยๆจนยีนส์เริ่มเฟด จะทำให้เห็นสีของด้ายเด่นชัดขึ้นครับ กระดุมกางเกงเม็กบนสุดลาย “13 Stars” ส่วนเม็ดถัดไปอื่นๆจะเป็นกระดุมโดนัทเคลือบสีดำ ซึ่งสามารถเฟดได้ หมุดตามจุดต่างๆ รวมถึงหมุดซ่อนกระเป๋าหลังที่ตอกยึดไว้ทำจากทองแดง นับเป็นยีนส์ที่ใส่แรงบัลดาลใจสไตล์ Military ได้อย่างลงตัวทีเดียวครับ (ราคา 11,900.- เมมเบอร์ลด10%)

M

ถึงตรงนี้เรามาลองเปรียบเทียบกันทั้ง3รุ่น ระหว่างยีนส์ Lot.64 Uncle Sam , Lot.64 และ Lot.64 Okinawa กันครับ แรกเริ่มกระดุมทั้ง3รุ่นนี้จะแตกต่างกันครับ

J

ซึ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดจะเป็นกระดุมเม็ดบนครับ (เรียงจากบนลงล่าง Lot.64 Uncle Sam > Lot.64 > Lot.64 Okinawa)

J

สีของด้ายที่ใช้เย็บตัวกางเกง (เรียงจากบนลงล่าง Lot.64 Uncle Sam > Lot.64 > Lot.64 Okinawa)

J

ผ้าที่ใช้จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างผ้า Lot.64 Uncle Sam กับ Lot.64 ที่ใช้ตัวเดียวกัน ทอ Right Hand Twill หนัก 13.3/4oz. ส่วน Lot.64 Okinawa ด้านล่างนั้นจะมีเนื้อผ้าที่ต่างกันออกไป คือจะเป็นทอซ้าย Left-Hand Twill หนัก 14 Oz.

J

ป้ายLot.64 Uncle Sam ใช้ผ้า Chambray Lot.64เป็นป้ายผ้าสกรีนลาย ส่วน Lot.64 Okinawa จะไม่มีลวดลาย มีแค่ตัวเลขปั้มบอกไซส์และความยาวครับ

J

ป้ายหนังด้านหลังก็จะมีสีสันที่แตกต่างกันไปครับ (เรียงจากซ้ายไปขวา Lot.64 Uncle Sam > Lot.64 > Lot.64 Okinawa)

J

ริมของยีนส์ Lot.64 Uncle Sam และ Lot.64 จะเป็นริมชมพู ส่วนLot.64 Okinawa จะเป็นริมสีเขียวครับ

J

และท้ายสุดผ้าด้านในกระเป๋านั้น Lot.64 Uncle Sam ใช้ผ้าHerringbone > Lot.64 จะเป็นผ้าลายตาราง > ส่วนLot.64 Okinawa นั้นจะเป็นลายCamo ครับ

J

มาเบรคทำความรู้จักกับแบรนด์น้องใหม่ของเรากันก่อนครับ ย้อนกลับไปเมื่อต้นปีนี้ ทางเราได้รับพัสดุไปรษณีย์ชุดหนึ่งจากญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเปิดมาแล้วเราได้พบกับตัวอย่างกางเกงยีนส์จากแบรนด์ที่มีชื่อว่าBrown Duck & Digger พร้อมจดหมายเชิญให้มาพบกับทางแบรนด์ในงานแสดงสินค้าจากแบรนด์ในเครือ Warehouse โดยแบรนด์ Brown Duck & Diggerนับเป็นแบรนด์ใหม่ล่าสุดในเครือที่เพิ่งทำการเปิดตัว และจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงหลังของปี 2014 ซึ่งหลังจากได้พบกันแล้วทางแบรนด์ได้ขอให้เรานำแบรนด์อื่นๆในเครือไปดูแลด้วย อาทิ แบรนด์หลักอย่าง Warehouse และ Copper King อีกหนึ่งแบรนด์ในเครือ…

J

นับตั้งแต่การก่อตังขึ้นเมื่อปี 1995 แบรนด์ Warehouse ได้มุ่งมั่นที่จะผลิตยีนส์คุณภาพ โดยยึดมั่นในคอนเซ็ปท์ Faithful Reprint of Vintage Clothes ซึ่งทางคุณ Kenichi Shiotani และคุณ Koji Shiotani สองพี่น้องผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้ศึกษาค้นคว้าวิธีสร้างสรรค์ตัวผ้า การทอ การตัดเย็บ และงานฟอก เพื่อให้คงความคลาสสิคของแฟชั่นยุคเก่าไว้ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ทั่วโลกต่างยอมรับว่า Warehouse นั้นเป็นผู้นำในด้านแฟชั่นสไตล์วินเทจอีกหนึ่งแบรนด์ จวบจนปัจจุบันทางแบรนด์ไม่ได้หยุดเพียงเท่านนี้ แต่ยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาผนวกเข้ากับการผลิตเพื่อพัฒนาสินค้าในสไตล์วินเทจที่ตนเองถนัด จนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

J

Copper King เป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดในอเมริกาช่วงปี 1920 -1970โดยผลิตทั้งกางเกงยีนส์ และแจ็คเก็ตในสไตล์Cowboy ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้บุกเบิกชาวอเมริกัน ซึ่งต่อมาทาง Warehouse ได้นำแบรนด์เข้ามาพัฒนาต่อในประเทศญี่ปุ่น จนเกิดเป็นยีนส์ในแบบฉบับดั้งเดิม แต่ก็สามารถเข้ากับยุคสมัยได้อีกด้วย (สินค้าจะตามเข้ามาเร็วๆนี้ครับ)

J

Brown-Duck & Digger เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทาง Warehouse ได้สร้างขึ้นมา ซึ่งเกิดมาจากการกลั่นกรองประสบการณ์ของช่างฝีมือในการผลิตยีนส์อย่างแท้จริง จนได้ผลลัพท์ออกมาเป็นยีนส์คุณภาพสูง ถือเป็นความภาคภูมิใจของ Warehouse ที่ทุกขั้นตอนนั้นเกิดในประเทศญี่ปุ่น

M

Brown-Duck & Digger 1960’s Ivy Slim

เป็นยีนส์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากยุค 1960 ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับเหล่านักศึกษาทางฝั่ง East Coast ของสหรัฐอเมริกา

M

โดยทรงของรุ่นนี้จะเป็นทรงกระบอกเล็ก Tapered Slim ถือเป็นทรงเล็กสุดของแบรนด์นี้ครับ

M

ใช้ผ้าดิบ Unsanforized ต้องแช่ก่อนใส่ หนัก 14 oz เป็นผ้าริม ผลิตจาก Cotton 100%

M

กระดุมดีไซน์พิเศษเฉพาะของแบรนด์ หมุดตามจุดต่างๆทำจากทองแดง

M

รายละเอียดกระเป๋าหลังเย็บBar Tack สีเขียวไว้แทนการตอกหมุด หูเข็มขัด ช่องกระดุม และส่วนอื่นๆ ก็ใช้ด้ายสีเขียวเย็บขอบไว้เช่นกันครับ

M

ผ้าที่ทางแบรนด์ใช้เป็นแบบเดียวกับยีนส์ที่ผลิตโดย Warehouse ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นทรง การย้อม การทอ โดยทางแบรนด์ได้ใช้เวลาวิเคราะห์ถึงคุณภาพ และลักษณะเฉพาะตัวเป็นปีๆ

M

มีการใช้เครื่องจักรทอผ้าจากปี 50’s และ 60’s เพื่อให้ผ้าที่ออกมานั้นมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกับยีนส์คุณภาพในยุคก่อนครับ (ราคา 8,500.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn Basic Henley Long Sleeve T-shirt (ด้านใน)

M

เสื้อยืดแขนยาวคอกระดุม (HenleyT-shirt) ผ่านการผลิตด้วยเทคนิคเฉพาะทำให้ออกมาดูวินเทจสวยงาม ผ้าที่ใช้นั้นเป็นผ้าคุณภาพสูง ทรงของเสื้อนั้นเข้ารูปได้อย่างดี อาจจะดูเป็นเสื้อสไตล์เรียบๆ แต่ด้วยรายละเอียดตามจุดต่างๆทำให้เสื้อยืดรุ่นนี้พิเศษไม่เหมือนใครครับ (ราคา 2,790.- เมมเบอร์ลด10%)

M

Nigel Cabourn Tommy’s Pant Khaki

M

กางเกงสไตล์ทหาร ซึ่งได้แรงบัลดาลใจจากทหารอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่1 โดยที่มาของชื่อ Tommy นั้นสื่อถึงทหารอังกฤษ (ส่วน Jerry นั้นจะสื่อถึงทหารเยอรมัน ซึ่งนำมาจากการ์ตูนTom and Jerry นั่นเอง)

M

ตัวผ้าที่ใช้นั้นผลิตจาก Cotton และ Wool มีรายละเอียดกระดุมตรงช่วงเอวสำหรับติดกับสายเอี๊ยม Suspenders ได้

M

มีกระเป๋าใบใหญ่ข้างตัวกางเกงตามสไตล์ Military กระดุมตามจุดต่างๆนั้นเป็นกระดุมแป๊กครับ

M

ดีไซน์ขากางเกงเป็นแบบจัมพ์ ออกแบบมาเพื่อง่ายต่อการใส่เข้าไปในบูท และยังกระชับกับข้อเท้าเพื่อการเคลื่อนไหวที่สะดวกยิ่งขึ้นครับ (ราคา 11,500.- เมมเบอร์ลด10%)

M

หวังว่าท่านจะถูกใจกับสินค้าที่เรานำมาเสนอกันในล็อตนี้ ไม่ว่าจะเป็น Nigel Cabourn , Mister Freedom และ Brown-Duck & Digger นะครับ ขอบคุณที่ติดตามครับ…

Comments [0]

Load More

Share This Arrival!