F-rom Zurich with Love

02 years ago

ถึงแม้ว่าPRONTO**จะมีสินค้าหลายแบรนด์หลายตัวเลือกหลายอารมณ์แต่อย่างหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญและพบเห็นได้ในตัวสินค้าโดยมากแล้วคือความเป็น’Evergreen’ที่แปลว่าเขียวเสมอหรือสดอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในแนวยีนส์ตั้งแต่แบรนด์เช่น Nudiejeans หรือ April77จนไปถึงแบรนด์อย่าง Imperial, FlatHead หรือ Stevensons Overalls ที่ล้วนแล้วแต่ผลิตยีนส์รุ่นที่ผ่านไปกว่า10ปีแล้วก็ยังทำยีนส์รุ่นเดิมออกมา เช่นเดียวกับแบรนด์รองเท้าอย่าง Redwing หรือ Spalwart หรือแบรนด์เครื่องใช้สอยอย่าง Tenjinworks หรือ Filson กว่า70%ของสินค้าในร้านเราจะไม่ได้เป็นสินค้าseasonalหรือสินค้าตามฤดูกาลแต่ดูทันสมัยอยู่ตลอด รวมไปถึงของหลายๆชิ้นที่เรานำมาแต่งร้านที่ถึงแม้จะผ่านไปครึ่งศตวรรษหรือมากกว่าแต่ก็ยังดูน่าทึ่งอยู่จนถึงทุกวันนี้

เช่นเดียวกับแบรนด์ที่เราจะพูดถึงและพาไปเยี่ยมชมโรงงานในวันนี้ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีอายุ 22 ปีแล้วจากวันที่ถือกำเนิดครั้งแรกในปี1993 สินค้าในทรงที่ออกแบบมารุ่นแรกก็ยังคงวางจำหน่ายอยู่เช่นเดิม นั่นคือ FREITAG อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าแบรนด์นี้เกิดขึ้นจากความคิดของสองพี่น้อง Markus และ Daniel ตระกูล FREITAG(ซึ่งมีความหมายว่า Friday หรือวันศุกร์ในภาษาเยอรมัน) จากการที่พยายามหากระเป๋าที่จะช่วยให้เขาสามารถพกพางานและแบบวาดลุยฝนไปกับจักรยานในเมืองซูริคช่วงที่ทั้งสองยังเรียนออกแบบกันอยู่ และเมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างสู่ทางด่วนและได้เห็นผ้าใบที่มีสีสันใช้คลุมรถบรรทุก ทุกอย่างคือจุดเริ่มต้น สองพี่น้องคงไม่ได้ตระหนักว่าระหว่างที่พวกเขากำลังตัดผ้าใบอยู่ระหว่างโซฟากับทีวีในห้องนั่งเล่น และเย็บกระเป๋าจากจักรเย็บผ้าเก่าๆของแม่ว่าเขาทั้งคู่กำลังจะสร้างอะไรที่เป็นวิวัฒนาการของนิยามกระเป๋า

K

22ปีผ่านไปบริษัทได้โตขึ้นมาโดยปัจจุบันมีพนักงานประมาณ130ชีวิตทำงานที่โรงงานซึ่งยังคงตั้งอยู่ในเมืองหลวงซูริคที่ทุกอย่างเริ่มต้น FREITAG ได้รับรางวัลการออกแบบนับไม่ถ้วน รวมถึงพิพิธพัณฑ์ศิลปะหลายแห่งอาทิเช่นเมืองนิวยอร์คยังได้นำกระเป๋าของสองพี่น้องไปแสดงอีกด้วย…

โรงงานFREITAGตั้งอยู่ไม่ไกลนักจากตัวเมืองหรือสนามบิน เมืองนี้มีรถไม่เยอะเท่าไหร่ จะเห็นว่าตามสถานีรถไฟมีจักรยานจอดอยู่มากมายซึ่งหมายถึงคนส่วนมากจะขับจักรยานและใช้การขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางต่อ โดยปรกติหากมีโอกาสเดินทางไปเมืองไหนตามลำพังตัวผมเองก็จะชอบหาเช่าถีบจักรยานชมเมือง นอกจากจะเพลินแล้วยังได้ถือเป็นออกกำลังกายไปด้วย ประเทศสวิสเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพค่อนข้างสูงมากครับ จากที่ได้เดินทางไปหลายๆแห่งทั่วโลก สวิสจะติดอันดับต้นๆกับค่าใช้จ่ายที่สูงสุดแต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นประเทศที่สวยงามมากและพบเจอคนไทยเยอะสุดไม่ว่าจะเดินทางไปเมืองไหน หรืออาจจะเป็นเพราะเป็นช่วงปีใหม่ไทยก็ไม่แน่ครับ เมื่อไปถึงโรงงานก็ได้การต้อนรับอย่างดีจากคุณJeannine เริ่มต้นจากการพาเราไปชมห้องทำงานต่างๆ ห้องออกแบบ ห้องประชุม น่าทึ่งที่ได้เห็นกระดานรวมความคิดและไอเดียต่างๆ มีการวางแผนสิ่งที่น่ารอคอยอีกเยอะแต่คงจะเป็นสิ่งที่ไม่ควรหากนำมาเปิดเผยวันนี้จึงขออุบไว้ก่อนครับ ใครอยากทราบข้อมูลราคาไม่แพงครับ อาหารอร่อยๆสักมื้อ พูดเล่นนะครับ การวางสถานที่ทำงานออกแบบได้ดีมากครับ การเลือกใช้ความช่วยเหลือจากแสงธรรมชาติ สีที่เลือกใช้ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆไม่เพียงแต่จะดูดีและสดอยู่เสมอแต่ยังเหมาะกับการใช้งานในแต่ละแผนก และที่สำคัญทุกอย่างก็ถูกผลิตขึ้นมาไม่ไกลจากโรงงานนี้ เราได้เห็นตัวอย่างสินค้าใหม่ๆรวมถึงการปรับปรุงรุ่นปัจจุบันบางรุ่นเพื่อให้การใช้งานที่ดีอยู่แล้วดีขึ้นไปอีกและราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น

ผลิตภัณฑ์FREITAG เริ่มต้นจากการค้นหาผ้าใบที่สวยที่สุด ทางแบรนด์วางแผนไว้อย่างละเอียดครับเช่นผ้าใบสีไหนค้นพบได้ที่เมืองไหนบ่อยในยุโรป สีไหนที่เป็นที่ต้องการในเวลาข้างหน้านี้ สีไหนที่ต้องเร่งหา การวางกระดานแผนที่และหมากดูเสมือนช่วงสงครามว่าจะบุกเข้าเมืองไหนอย่างไร

K

K

มีทีมงานที่เป็นฝ่ายหาวัตถุดิบตัวนี้โดยเฉพาะอยู่5ท่าน กับตำแหน่งที่เรียกว่า TarpSpotter สำหรับทางแบรนด์แล้ว เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งบางสี หมายถึงการต้องยอมจ่ายราคาที่สูงกว่าเพื่อที่จะมีตัวเลือกสีแปลกๆสดๆหรือครบเฉดสีและกับการแข่งขันที่สูงขึ้นการหาผ้าใบยิ่งวันยิ่งยากขึ้น แน่นอนครับว่ามันคงง่ายมากถ้าแบรนด์จะตรงไปโรงงานผลิตผ้าใบแล้วสั่งพิมพ์ลาย/สีต่างๆออกมาแล้วนำมาใช้ผลิตเลยแต่อย่างที่ทราบกันนั่นไม่ใช่วิธีการทำงานของFREITAGครับ

K

K

K

เริ่มต้นขบวนการโดยรถที่ขนผ้าใบมาถึงโรงงานจะมาเทียบท่าข้างอาคารและถูกยกขึ้นมาสู่อาคาร ผ้าใบที่ถูกมัดและกองอยู่จะถูกนำไปกางออกบนโต๊ะขนาดใหญ่ จากนั้นก็จะถูกตัดเป็นผืนที่เล็กลงเพื่อที่จะสามารถนำเข้าเครื่องซักผ้าได้

K

K

ก่อนหน้าที่จะย้ายมาโรงงานนี้เมื่อสามปีก่อนพนักงานตำแหน่งนี้จะต้องตัดผ้าใบที่ปูอยู่บนพื้นซึ่งนอกจากจะทำงานยากแล้วยังไม่ดีต่อสุขภาพของทีมงานด้วย ปัจจุบันนี้มีโต๊ะตัดผ้าใบอยู่สองตัวด้วยกันครับ เมื่อตัดแล้วก็จะถูกสต็อกไว้และทยอยนำลงไปซัก งานในโรงงานจะเริ่มต้นตั้งแต่6โมงเช้า ไปจนถึง5-6โมงเย็น

K

ถือเป็นโชคของเราที่ช่วงระยะเวลาที่อยู่เมืองนั้นเราไม่เจอฝนเลยครับ แต่โดยปรกติแล้วเมืองซูริคเป็นเมืองที่มีฝนมาก ทางโรงงานได้เห็นถึงคุณค่าของน้ำฝนและได้สร้างถังเก็บนำ้ขนาดใหญ่ไว้หล่อเลี้ยงเครื่องซักผ้าใบของเขาซึ่งเพียงพอกับความต้องการของโรงงาน

K

ผ้าใบที่เต็มไปด้วยคราบและฝุ่น หลังจากถูกซักน้ำถึงสองรอบและทำความสะอาดออกมาก็จะถูกขึงและผ่านเข้าไปในห้องเป่าแห้งโดยใช้แรงลมหมุนเวียนเสร็จแล้วจึงผ่านออกมาสู่โต๊ะเก็บข้อมูล โดยโต๊ะนี้จะมีกล้องตัวเล็กอยู่ด้านบนที่จะถ่ายภาพเก็บรายละเอียดและนำมาติดไว้กับผ้าใบ ทางทีมออกแบบจะเลือกว่าผ้าใบผืนนั้นๆควรจะนำไปทำเป็นกระเป๋าทรงไหนแล้วจึงส่งต่อออกไปให้ห้องที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดของกระบวนการผลิตครับ

K

ห้องนี้จะมีโต๊ะทั้งหมด12ตัวซึ่งพนักงานแต่ละท่านที่คุมโต๊ะของเขานั้นมีหน้าที่ที่จะต้องออกแบบโดยใช้แผ่นอะคริลิคเลือกว่าบริเวณไหนจะถูกนำมาใช้เป็นส่วนใดของกระเป๋าที่ตนได้รับมอบหมายให้ออกแบบออกมา ไม่เพียงแต่ช่างออกแบบเหล่านี้มีหน้าที่ที่จะเลือกวางและตัดผ้าใบทำกระเป๋าให้ออกมาสวยที่สุดแล้วแต่พวกเขาต้องพยายามให้มีส่วนเศษให้น้อยที่สุดด้วย เป็นงานที่ไม่ง่ายเลยครับ ผมมีความรู้สึกว่าบริษัทที่ใหญ่โตอย่างFREITAGถึงจะมีพนักงานไม่เยอะแต่แทบจะทุกคนมีพรสวรรค์และความเก่งในตัว พนักงานส่วนมากก็อาศัยอยู่ไม่ไกลจากโรงงานโดยมากก็มาด้วยจักรยานและนำมาจอดแขวนไว้ในที่ทำงาน นอกจากจะสะดวกแล้วยังดูสวยสะอาดตาด้วย เมื่อชิ้นส่วนของกระเป๋าถูกตัดแล้วก็จะถูกรวมและนำไปส่งไปที่โรงเย็บต่อไปครับ

K

กระเป๋าที่เย็บเสร็จแล้วจะถูกส่งกลับมาที่ศูนย์ของFREITAGที่นี่อีกครั้งเพื่อการตรวจคุณภาพและเข้าสู่ระบบการแบ่งกระจายสินค้าซึ่งเป็นขั้นตอนที่หลายๆท่านอาจจะเคยสงสัย

K

K

การสุ่มกระจายสินค้าเริ่มต้น โดยกระเป๋าทั้งหมดจะถูกกระจายออกไปในกล่องบริเวณรอบๆเพื่อให้ทุกกล่องมีสีที่แตกต่างและครบครัน กระเป๋าทุกใบจะถูกวางโดยไม่มีการเจาะจงและแพ็กไว้เพื่อส่งต่อมาที่ห้องคลัง เจ้าหน้าที่ของห้องคลังมีหน้าที่ๆจะสุ่มลังจากคลังและหยิบกระเป๋าเรียงตามจำนวนของแต่ละกล่องออกไปสู่ใบสั่งของนั้นๆเช่น ออเดอร์จากร้านAมีรุ่นHawaii 10ใบ เจ้าหน้าที่ก็จะหยิบ10ใบแรกที่เรียงอยู่ในกล่องที่ถูกคละสีมาแล้วนั้นมาแพ็ก การทำงานของFREITAGจะขึ้นอยู่กับระบบrandomหรือระบบสุ่มอยู่ตลอด จะไม่มีการคัดสีหรือลายที่ดีกว่าให้ร้านใดร้านนึงรวมถึงร้านของFREITAGเอง แต่ละร้านค้านั้นมีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนกระเป๋าได้กับทางแบรนด์เพื่ออัพเดทสินค้าให้ดูใหม่ จากที่สังเกตหากเป็นร้านค้าของFREITAGเองนั้นจะทำการปรับเปลี่ยนได้บ่อยและมีคลังของตัวเองอยู่อีกมากในบริเวณหรือใกล้เคียงอาคารที่มีร้านอยู่ สำหรับที่ไทยและประเทศที่มีภาษีนำเข้าสูงและระบบการผ่านศุลกากรที่ยุ่งยากคงเป็นเรื่องยากเพราะนั่นหมายถึงค่าใช้จ่ายที่ทวีคูณทั้งค่าส่งและการผ่านด่านซ้ำซากครับ อย่างไรก็ตามเรามีการวางแผนในอนาคตอันใกล้ที่จะทำให้แต่ละสาขามีตัวเลือกให้มากขึ้นและการอัพเดทสินค้าให้บ่อยขึ้น แต่ต้องรบกวนคุณลูกค้าให้ซื้อเยอะๆขึ้นเช่นกันนะครับ =P

K

อีกโซนหนึ่งที่น่าสนใจคือ Online Storeครับ โดยที่นี่จะมีระบบที่น่าทึ่งอยู่พอสมควร เจ้าหน้าที่จะสแกนกระเป๋าที่จะถ่ายและวางมันลงบนโต๊ะที่หมุนอยู่อย่างต่อเนื่อง และมีกล้องที่คอยถ่ายรูปอยู่อัตโนมัติเพื่อให้ได้รูปของกระเป๋าที่มองเห็นได้360องศา และทำการเก็บข้อมูลรออัพโหลดสู่ระบบขาย เป็นระบบที่น่าสนใจมากและจำเป็นเพื่อการรองรับการอัพเดทสินค้ามากมายให้ต่อเนื่อง แฟนๆFREITAGหลายคนรู้ถึงเวลาที่ร้านค้าออนไลน์จะถูกอัพเดทและหลายๆคนจากทั่วโลกก็คอยเฝ้าดูกระเป๋าที่พิเศษสำหรับตัวเขา แทบจะเรียกได้ว่าเป็นกระเป๋าที่มีความเป็นลิมิเต็ดอิดิชั่นโดยแต่ละใบเรียกได้ว่ามีเพียงใบเดียวจริงๆ ถึงคุณจะมีกระเป๋าทรงเดียวกับเพื่อนและวางอยู่ด้วยกันอีก10ใบคุณก็ยังรู้ว่าใบไหนเป็นของคุณ

K

ทุกคนที่มีกระเป๋าFREITAGคงจะทราบดีว่ากระเป๋าบางใบนั้นคุณไม่ได้เป็นคนเลือกมันแต่มันเลือกคุณ​ การที่มองเห็นแล้วอดไม่ได้เกิดความกระวนกระวาย ถึงไปแล้วก็ยังถูกมันพูดด้วยไม่จบ เช่นเดียวกับตัวผมเอง ระหว่างเดินชมร้านในโรงงานและไปสบตาเข้ากับJOEใบหนึ่งทำให้ผมต้องรีบกลับไปร้านอีกครั้งในวันต่อมา กระเป๋าบางใบก็บอกได้ถึงกับบุคลิคของตัวเจ้าของได้ด้วยเช่นกัน เชื่อว่าสำหรับหลายๆคนJOEของผมอาจจะดูเป็นกระเป๋าธรรมดาๆใบหนึ่งแต่สำหรับผมเองนี่คงเป็นหนึ่งในใบที่สุดจากFREITAGที่ผมได้เห็นมา

K

FREITAGดูแลทีมงานอย่างดีครับ นอกจากจะมีที่ทำงานที่ดี สะอาดตา มีโรงอาหารส่วนตัวที่มีพ่อครัวทำอาหารโดยใช้วัตถุดิบสดใหม่ให้เลือกอยู่มากมาย ยังมี Bags Libraryด้วย นั่นคือ ทางโรงงานได้มีกระเป๋าอยู่กว่าร้อยใบที่ได้แนบใบเช่าไว้ โดยพนักงานจะสามารถยืมกระเป๋าในทรงที่เหมาะกับกิจกรรมที่จะทำอยู่เช่นสุดสัปดาห์จะเดินทาง2-3วันก็ยืมClarkหรือVictorไปได้ หรืออกไปพบลูกค้าเอาLelandไป ประมาณนี้ครับ ใช้เสร็จแล้วแล้วก็นำมาคืน ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นอย่างที่ FREITAG จะย้ำอยู่เสมอว่าเขาจะคิดเป็นcycleอยู่ตลอด แม้กระทั่งเศษที่เหลือจากการผลิตก็มอบให้กับโรงงานอื่นที่จะนำมันไปรีไซเคิลต่อโดยไม่กลายเป็นขยะมูลฝอย

K

K

จากที่ได้เห็นขั้นตอนการผลิต สถานที่ ทีมงาน ระยะเวลา วัตถุดิบ หลายๆท่านคงจะเข้าใจกับราคาซึ่งดูแล้วสมเหตุสมผลกันมากทีเดียว และอย่างที่เราได้เริ่มบทความนี้ไว้ครับ ของจากFREITAGเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่เก่าไปกับเวลา ไม่มีการลดราคาหมดฤดูกาล เหนือจากนั้นบ่อบครั้งที่คนจะตามหารุ่นที่เลิกผลิตไปแล้วและราคาที่หากไม่อยู่ในระดับที่ซื้อมาก็จะสูงขึ้นไปครับ…

Comments [0]

Load More

Share This Arrival!